ส่องรัฐประหาร‘ภรรยานมา’


ส่องรัฐประหาร‘ภรรยานมา’
หมายเหตุ – ผู้ช่วยศาสตราจารย์ลลิตา หาญวงษ์ คุณครูสาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พินิจพิจารณาการปฏิวัติในประเทศภรรยานมา
ส่วนตัวจำเป็นต้องกล่าวว่ารู้สึกสนเท่ห์ใจ เพราะเหตุว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาภรรยานมาได้โอกาสให้มีการรัฐประหารจำนวนมาก หากมีเหตุหรือเหตุจำเป็นจริงที่จะจำเป็นต้องรัฐประหาร เพราะเหตุไรก็เลยปลดปล่อยอวยพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อระบบประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ดูแลประเทศไปแล้วตั้ง 5 ปีกว่า แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยมารัฐประหาร แม้กระนั้นจากแนวคิดหรือแนวความคิดเกี่ยวกับการปฏิวัติ ตามธรรมดาแล้วทหารจะปลดปล่อยให้รัฐบาลข้าราชการดูแลอยู่สักระยะหนึ่ง เป็นตอนๆระบบประชาธิปไตยเชิงทดสอบ แม้กระนั้นเพียงพอมีเหตุแตกหัก จำเป็นต้องรู้เรื่องว่าผลตอบแทนของอีกทั้งรัฐบาลข้าราชการแล้วก็ทหาร มีความไม่เหมือนกัน
กรณีภรรยานมา เรื่องของผลตอบแทนแห่งชาติ เรื่องของความพร้อมใจ อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีจุดสำคัญรองลงมา ทหารก็มีธงของเขา รัฐบาลเอ็นแอลดีก็มีธง เมื่อไปสู่ปีที่ 6ของการปกครองของรัฐบาลเอ็นแอลดีออกจะกระจ่างว่าที่ผ่านมา 5 ปีกว่า การสมัครสมานระหว่างกองทัพกับรัฐบาล เกือบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย เนื่องจากว่ามีเรื่องมีราวผลตอบแทนทับซ้อน ทั้งกองทัพ แล้วก็รัฐบาลข้าราชการ มีการจัดอันดับจุดสำคัญที่ไม่เหมือนกัน
เป็น กองทัพเองไม่อยากที่จะให้พรรคเอ็นแอลดี มีอำนาจมากจนเกินความจำเป็น ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เวลาวางแบบรัฐธรรมนูญ ปี 2008 กองทัพก็เพียรพยายามทุกวิธีทาง ที่จะขัดขวาง ไม่ใช่เฉพาะพรรคเอ็นแอลดี แต่ว่าดีไซน์รัฐธรรมนูญเผื่อเอาไว้เลย เพื่อไม่ให้รัฐบาลข้าราชการอะไรก็แล้วแต่มีอำนาจมากเกินความจำเป็น โดยการให้โควต้า 25 เปอร์เซ็นต์กับกองทัพ รวมทั้งการที่กองทัพ มีพรรคนอไม่นีของตนเองหมายถึงพรรคสหสามัคคีแล้วก็การพัฒนา (ยูเอสดีพี) อีกประการหมายถึงรองประธานาหัวหน้า 2 คน มี 1 คนเป็นโควต้าของกองกองทัพ เป็นผู้ที่รักษาการอยู่เวลานี้ แทนผู้นำ “วิน ไม่นต์” ซึ่งมาจากพรรคเอ็นแอลดี ส่วน นางออง ซาน ซูจี นับว่าเขามีสถานะเป็นประธานที่ปรึกษาที่เมือง ไม่ใช่ผู้นำ ซึ่งคุณกล่าวว่า คุณเหนือผู้นำขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เป็นราวกับ เป็นแม่ของภรรยานมาไป กองทัพเห็นว่านี่เป็นหัวข้อหลัก ไม่อยากให้อำนาจของกองกองทัพหายไป เพราะเหตุว่ากองทัพสั่งสมบารมีมาโดยตลอดหลาย 10 ปี ตั้งแต่แมื่อปี คริสต์ศักราช1968 ก็เลยไม่อยากที่จะให้อำนาจกลุ่มนี้หายไป
แม้กระนั้นรัฐบาลข้าราชการของพรรคเอ็นแอลดี จุดมุ่งหมายช่วงแรกที่เข้ามา เป็นความมานะบากบั่นที่จะปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องการให้นางออง ซาน ซูจี เป็นผู้นำให้ได้ ต่อไปก็มีความมานะบากบั่นที่จะสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวระดับประเทศ โดยการไปเอาหัวหน้าคนกลุ่มน้อยต่างๆมาคุยกัน รวมทั้งตั้งกรอบการร่วมแรง ตั้งปางหลวงที่ศตวรรษที่ 21 และก็กรรมวิธีความสงบสุขอีกเพียบเลย แต่ว่าก็ประสบความล้มเหลว ปัญหาที่ทำให้รัฐบาลภรรยานมาไม่สามารถที่จะบรรลุแนวทางการความสงบสุขได้ ก็เพราะเหตุว่าไม่ใช่วิธีการสงบสุข ศูนย์รวมคนกลุ่มน้อยทุกกรุ๊ปจริงๆแม้กระนั้นรวมเฉพาะกรุ๊ปที่รัฐบาลเอ็นแอลดีเห็นว่าคุยได้ แต่ว่าสำหรับผู้ที่คุยยากหน่อย ได้แก่ กองทัพยะไข่ (Arakan Army) ก็ไม่ต้องการที่จะอยากคุยด้วย ลักษณะรัฐบาลข้าราชการของภรรยานมา ไม่ค่อยถูกใจคุยกัน รัฐบาลเองก็ไม่ค่อยถูกใจคุยกับกองทัพ กองทัพเองก็มีอีหรูหราไม่ต้องการที่จะอยากคุยกับรัฐบาล การขาดการติดต่อสื่อสารและก็คัดค้าน (lack of conversation and Discussion) เป็นปัญหาอย่างยิ่งในการพัฒนาระบบประชาธิปไตย เพราะเหตุว่าต่างคนต่างอยู่มิได้ด้วยกันเพื่อปรับปรุงประเทศอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่ได้อยากต้องการหาจุดกึ่งกลางอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียว ขอเพียงแค่ให้ผ่านหู แล้วมิได้มาเหยียบเท้าของกันและกัน ก็โอเคแล้ว
สำหรับกองทัพที่มีรัฐประหาร เนื่องจากว่าเขาเจ็บเท้าแล้ว ด้วยเหตุว่าพรรคเอ็นแอลดี ไปเหยียบเท้าเขา ให้มีความรู้สึกว่า เขาจะต้องตวาดออกมาให้ทราบ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเคยตะเบ็งมาหลายรอบแล้ว ตั้งแต่ท้ายปีที่แล้ว 2563 ซึ่งแน่ชัดมากมาย เป็นมีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการของกองกองทัพออกมาว่า ไม่เห็นพ้องกับทางจัดแจงออกเสียงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เปรียบได้เสมือนดั่งแขนขาของเอ็นแอลดี ราวหนึ่ง เพราะเป็นคนแต่งตั้งขึ้นมา กองทัพก็เลยบอกเลยว่า ฉันไม่สบอารมณ์ในสิ่งที่ กกต.ทำหมายถึงเอ็นแอลดี เองก็มิได้เป็นระบบประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเป็นระบบประชาธิปไตยแบบที่ฉันได้ประโยชน์ แต่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่จะเกื้อหนุนอวยพรรคเล็ก-พรรคน้อยเติบโต หรือสนับสนุนให้ผู้ที่ประทับใจระบบประชาธิปไตย แต่ว่าไม่เห็นพ้องกับพรรคเอ็นแอลดีจะไม่ทำ รวมทั้งพากเพียรกัดกันตลอด ทำให้ภรรยานมามีพรรคที่เป็นระบบประชาธิปไตยอยู่เพียงแค่พรรคหลัก พรรคเดียว ที่จะมีเสียงสูงที่สุด เป็นพรรคเอ็นแอลดี
เมื่อกองทัพเคยกล่าวแล้วว่า กกต.ไม่เที่ยงตรง เพราะว่าเป็นคนของเอ็นแอลดี และก็เคยมีกรณีกองทัพที่แอ๊กคราวฟที่สุดในช่วงเวลานี้หมายถึงกองทัพยะไข่ ก็ดังไปคุยกับคนภายในกองทัพ แล้วก็รวมหัวกันเพื่อด่าว่าเอ็นแอลดี ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกมากมาย ที่กองทัพยะไข่ในขณะนี้ เป็นกองกองทัพที่แอ๊กคราวฟที่สุด มีการจับกุมตัวรับรองอยู่เสมอ ซึ่งก็นับได้ว่า กองทัพบากบั่นที่จะหาแนวร่วมเพื่อต้านทานพรรคเอ็นแอลดี โดยกล่าวถึงว่า ไม่รู้เรื่อง ไม่ต้องการที่จะอยากที่จะจัดการกับปัญหาความไม่ลงรอยกันชนหมู่น้อย ก็เลยเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์พอเหมาะพอควร ที่กองทัพยะไข่ซึ่งเป็นกองกองทัพคนกลุ่มน้อย นำโดยคนสมัยใหม่ ไปร่วมกับกองทัพ
ยังไม่แน่ใจกรณีทวาย ที่ว่าพรรคเอ็นแอลดีอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังการยกเลิกข้อตกลง ท่าเรือน้ำลึกที่ทวาย กับบริษัทอิตาเลียนไทย ซึ่งเป็นเมกะโปรเจ็กต์ ร่วมหุ้นระหว่างไทยกับภรรยานมา เกิดขึ้นในสมัยของทหาร ที่ช้ามาตลอดจนถึงสมัยเอ็นแอลดี ซึ่งเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว มีการยกเลิกคำสัญญากว่า 7 ฉบับ เอ็นแอลดีห่วงเสียงของประชาชน ยกตัวอย่างเช่น ประชาชนร้องทุกข์มากมาย ว่ามีการไล่ที่ แล้วก็ปัญหาสภาพแวดล้อม ด้วยเหตุว่าไม่มีมาตรฐานสำหรับในการก่อสร้าง ซึ่งอาจทำให้เอ็นแอลดีรู้สึกหวั่นไหว และไม่อยากได้ที่จะเข้าข้าง อิตาเลียน-ไทย ที่คุ้นเคยกับกองทัพ นั่นถือได้ว่า รัฐบาลไทยจำเป็นต้องสนับสนุนอิตาเลียนไทยอยู่ ด้วยเหตุว่าเป็นผู้แทนของรัฐบาลไทยที่ไปสร้างท่าเรือน้ำลึก บางครั้งอาจจะปราศจากความเกี่ยวข้องกันก็ได้ แม้กระนั้นส่วนตัวเห็นว่า การยกเลิกสัมปทานของท่าเรือน้ำลึกโครงงานทวาย กำเนิดในขณะใกล้เคียงกับการปฏิวัติภรรยานมาอย่างยิ่ง บางทีอาจจะเป็นฟางเส้นเล็กที่กลบกันเรื่อย
อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าหากดูการบอกของกองกองทัพนับจากที่มีการรัฐประหารจะมีคำแถลงอยู่ 2 ฉบับ กล่าวถึงการเลือกตั้งว่าปราศจากความถูก ยุติธรรม กกต.คดโกง ก็เลยมีความสำคัญที่จะจะต้องเข้ามาแทรกแซงไม่ให้การเมืองเลอะเทอะไปกว่านี้ ดังนี้ ไม่มีรัฐประหารใดที่เป็นรัฐประหารอย่างยุติธรรม รัฐประหารก็คือการใช้อาวุธ ได้แก่การใช้กำลังเข้ามาทำลายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือบางทีอาจจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติอีกครั้งนึงก็ได้ ฉะนั้น ก็เลยปราศจากความเป็นธรรม แสดงให้เห็นว่ากองทัพไม่ต้องการที่จะอยากที่จะใช้ขั้นตอนทางสภานิติบัญญัติ หรือทางระบบประชาธิปไตยเพื่อแก้ปัญหาการขัดกัน ระหว่างกองทัพกับเอ็นแอลดีอีกแล้ว ได้ใช้ทั่วประเทศจับราษฎรทุกคนเป็นตัวรับรอง เนื่องจากว่าที่ผ่านมา กองทัพบากบั่นพูดจากับรัฐบาลเอ็นแอลดีแล้วก็มีข่าวสารว่ากำลังสนทนาอยู่ แม้กระนั้นเพราะเหตุว่าอินเตอร์เน็ตถูกปิดไปอีกทั้ง 3จี 4จี รวมทั้งไวไฟ ก็เลยยังไม่ค่อยมองเห็นการวิเคราะห์ของคนภรรยานมามากแค่ไหนนัก นอกจากนักวิชาการที่อยู่ข้างนอกประเทศ รวมทั้งมีบางบุคคลที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตวิถีทางอื่นได้ หรือสำนักข่าวอย่าง ฟรอนเทียร์ ภรรยานมา เผยแพร่บทวิจารณ์ออกมาแล้ว
ถามคำถามว่าในอนาคตจะกำเนิดอะไรขึ้น เวลาประกาศกฎอัยการศึก หรือเหตุการณ์รีบด่วน จะประกาศเป็นระยะเวลา 1 ปี นั่นนับได้ว่า เขามองดูเกมนี้ เป็นเกมระยะยาว แล้วก็มีการเอารองประธานาหัวหน้า ที่เป็นคนของกองกองทัพขึ้นมาครอบครองตำแหน่ง แทนผู้นำ สำหรับผู้ที่ตามการบ้านการเมืองของภรรยานมาจะคิดว่า มิได้มีเหตุมีผลพอเพียงที่กองทัพจะเข้ามารัฐประหาร การที่กล่าวถึงว่า กกต.ปราศจากความเป็นธรรม หรือพรรคเอ็นแอลดี ทำเกินเหตุ มีการถือพรรคถือพวก กล่าวอย่างตรงๆเป็น ฟังไม่ขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีปัจจัยอื่นๆอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการขัดกันลึกๆทั้งยังข้างในกองทัพเอง หรือระหว่างกองทัพกับเอ็นแอลดีที่มิได้บอกมหาชนว่าเป็นยังไง
แม้กระนั้นขณะนี้ สิ่งที่สามารถทำได้คือตามข้อมูลที่ได้รับมาจากคำชี้แจงของกองกองทัพว่ามีอะไรอย่างนี้เกิดขึ้น ว่าการลงคะแนนไม่ชอบธรรม แล้วก็กองทัพอยากได้กำจัด กกต.เป็นอย่างมาก โดยคำชี้แจงปัจจุบันของกองกองทัพที่กล่าวว่า เขาเคยยื่นจดหมายไปทางเอ็นแอลดีแล้ว กกต.ให้ตรวจดูประเด็นนี้ถึง 2 ครั้ง และก็บอกเพราะ แต่ว่านางออง ซาน ซูจี ไม่ยอมรับที่จะพิจารณา แสดงให้เห็นว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณไม่ยกย่องคำบัญชาของกองกองทัพพอๆกับว่าเพียรพยายามแข็งข้อไหม หรืออุตสาหะตั้งตัวเองเองให้ยิ่งใหญ่กว่ากองทัพหรือไม่ เป็นความกลัว เป็นความพารานอยด์ และก็ด้วยสาเหตุหลายแบบ
ด้วยเหตุผลดังกล่าว จะพูดว่าฟางเส้นท้ายที่สุดเป็นยังไง ส่วนตัวค่อนข้างจะแน่ใจว่า หากเขาคิดประเด็นการรัฐประหาร คิดมานานแล้วอยู่ในหัวของผู้นำกองทัพมานานแล้ว ก็แค่จะรัฐประหารเมื่อไรเพียงแค่นั้น หมายความว่าวันนี้เป็นวันที่ฤกษ์ดี

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

© 2022 เศรษฐีชอบหวย - Theme by WPEnjoy · Powered by WordPress